'Posted

ผู้เขียน หัวข้อ: ปืนลูกซอง  (อ่าน 8542 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ รพินทร์ ไพฑูรย์

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 211
  • ความนิยม +3/-0
ปืนลูกซอง
« เมื่อ: มกราคม 11, 2012, 08:13:27 pm »
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาวุธปืนลูกซอง article
Date 01/08/2010   19:45:41

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาวุธปืนลูกซอง

           มีข้อเท็จจริงหลายประการเกี่ยวกับปืนลูกซองที่ยังมีการเข้าใจกันผิดๆ บางเรื่องก็เป็นสิ่งที่หลายท่านไม่อาจหาคำอธิบายได้ ความเข้าใจผิดบางประการส่งผลให้การใช้งานในปืนลูกซองไม่สัมฤทธิ์ผลเท่าที่ควร ผู้ที่จะใช้ปืนลูกซองอย่างได้ผลจึงจำเป็นต้องเรียนรู้และศึกษาข้อเท็จจริงของปืนลูกซองให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ความเข้าใจที่ผิดๆ สาเหตุประการหนึ่งมาจากคำบอกเล่าที่กล่าวต่อๆ กันมา โดยปราศจากการศึกษาอย่างแท้จริง ต่อไปนี้คือสิ่งที่มัเข้าใจผิดกันอยู่เสมอ
 
1. แรงถีบ
 
               บางครั้งจะรู้สึกว่าในการยิงปืนลูกซองบางกระบอกมีแรงถีบหรือแรงรีคอล์ยหนักหน่วงกว่าปืนยี่ห้ออื่นๆ ทั้งที่ใช้กระสุนแบบเดียวกัน มีน้ำหนักตัวปืนและความยาวลำกล้องใกล้เคียงกัน สาเหตุเกิดขึ้นมาจากการออกแบบพานท้ายที่ไม่ถูกหลัก พานท้ายแบบปืนคออ่อนจะก่อให้เกิดแรงถียที่หนักหน่วงกว่าปืนคอแข็ง โช้คที่ใช้แต่ละประเภทก็ให้แรงถีบที่แตกต่างกัน โดยลำกล้องแบบฟูลล์ โช้คจะถีบหนักสุด ในปืนกระบอกเดียวกันในการยิงของบางคนจะเกิดแรงรีคอล์ยที่หนักหน่วงมากจนน่ากลัว ในขณะที่บางคนสามารถควบคุมแรงรีคอล์ยได้ดี เหตุผลหลักมาจากการประทับและการจับปืนที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้การถ่ายแรงเข้าใส่บ่าของผู้ยิงมีความแตกต่างกัน การประทับป่ายิงจะต้องมั่นคงดึงพานท้ายเข้ามาให้เต็มร่องไหล่และต้องกดแนบใบหน้ากับพานท้าย หากใบหน้าห่างจากพานท้ายเมื่อกระสุนระเบิดออกไปพานท้ายจะตบแก้มอย่างรุนแรง ในปืนลูกซองขนาด 12 เกจ ความยาวรังเพลิง 2 ¾ นิ้ว ยิงด้วยกระสุนลูกปรายแบบแข่งขันน้ำหนัก 1 ออนซ์ มีความเร็วต้นที่ 1,180 ฟุต/วินาที ในตัวปืนน้ำหนัก 7.5 ปอนด์หรือ 3,380 กรัมจะมีแรงรีคอล์ยกระทำต่อผู้ยิงเท่ากับ 17.3 ฟุต/ปอนด์ ใกล้เคียงกับการยิงปืนไรเฟิลขนาด .270 ในขณะเดียวกันหากยิงด้วยกระสุนลูกปราย 1 ออนซ์ที่เร่งความเร็วขึ้นไปเป็น 1,290 ฟุต/วินาทีก็จะก่อให้เกิดแรงถีบ 20.8 ฟุต/ปอนด์หรือเทียบเท่ากับกระสุนไรเฟิลขนาด .30/06
กระสุนแบบฐานสูงที่บรรจุลูกปรายหนัก 1 ¼ ออนซ์ที่ให้ความเร็วต้น 1,330 ฟุต/วินาทีเมื่อยิงด้วยปืนที่หนัก 3,380 กรัมจะมีแรงถีบกระทำต่อผู้ยิง 36.4 ฟุต/ปอนด์ ใกล้เคียงกับการยิงด้วยไรเฟิลขนาด .300 อัลตร้า แม็กนั่ม เมื่อยิงด้วยกระสุน 2 ¾ แม็กนั่มบรรจุลูกปลายหนัก 1 ½ ออนซ์ มีความเร็วต้นที่ 1,260 ฟุต/วินาทีในปืนน้ำหนัก 3,380 กรัมจะมีแรงถีบ 45.9 ฟุต/ปอนด์ ใกล้เคียงกับการยิงกระสุน .357 แม็กนั่ม 300 เกรน แรงถีบจะเริ่มดุเดือดมากขึ้นเมื่อยิงด้วยกระสุน 3 นิ้วแม็กนั่มที่บรรจุลูกปราย 1 7/8 ออนซ์ ซึ่งมีความเร็วต้นที่ 1,210 ฟุต/วินาทีในตัวน้ำหนัก 3,380 กรัมจะแรงถีบ 60 ฟุต/ปอนด์ ใกล้เคียงกับการยิงด้วยกระสุน .378 เวเธ่อร์บี แม็กนั่มซึ่งเตะหนักหน่วงและรุนแรงกว่ากระสุนขนาด .458 วินเชสเต้อร์แม็กนั่ม แต่แรงถีบหรืออาการเตะของปืนลูกซองที่กระทำต่อผู้ยิงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีความคมและกระแทกกระทั้นกว่ามีอาการพลิกดิ้นผสมมาด้วยหากประทับปืนไม่แน่นพอ ในขณะที่แรงรีคอล์ยของปืนส่วนใหญ่จะเป็นการถีบถอยหลังมาตรงๆ และค่อนข้างนุ่มนวลกว่า หากประทับไหล่และจัดท่ายิงอย่างถูกวิธีการยิงปืนลูกซองก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าหวาดกลัวแต่อย่างใด
 
                                                           ตารางแรงถีบปืนลูกซอง
 
 เกจ         ความยาวปลอก             น้ำหนักหัวกระสุน              ความเร็วต้น             น้ำหนักตัวปืน / ปอนด์            แรงถีบ/ฟุต-ปอนด์
.410                2.5"                       1/2 ออนซ์                         1,200                                 5.5                                   7.1
.410                3"                          1 1/16 ออนซ์                    1,135                                 5.5                                  10.5
 28                  2.75"                     3/4 ออนซ์                         1,200                                 6.0                                  12.8
 20                  2.75"                     7/8 ออนซ์                         1,200                                 6.5                                  16.1
 20                  2.75"                     1 ออนซ์                            1,220                                 6.5                                  21.0
 20                  2.75"                     1 1/8 ออนซ์                      1,175                                 6.5                                  25.0
 20                  3"                          1/4 ออนซ์                         1,185                                 6.5                                  31.0
 16                  2.75"                     1 ออนซ์                            1,220                                 7.0                                  21.5
 16                  2.75"                     1 1/8 ออนซ์                      1,240                                 7.0                                  27.6
 12                  2.75"                     1 ออนซ์                            1,180                                 7.5                                  17.3
 12                  2.75"                     1 1/8 ออนซ์                      1,200                                 7.5                                  23.0
 12                  2.75"                     1 1/4 ออนซ์                      1,330                                 7.5                                  32.0
 12                  2.75"                     1 1/2 ออนซ์                      1,260                                 7.5                                  45.0
 12                  3"                          1 5/8 ออนซ์                      1,280                                 7.5                                  52.0
 12                  3"                          1 7/8 ออนซ์                      1,210                                 8.8                                  54.0
 10                  3.5"                       2 1/4 ออนซ์                      1,210                               10.5                                  62.9
 


หมายเหตุ : สูตรการคำนวณแรงถีบของปืนจาก Lyman Reloading Handbook, 43rd Edition


                                E = ½(Wr/32) (WbxMV+4700xWp/7000xWr)squared
                                E = แรงรีคอล์ยมีหน่วยเป็นฟุต/ปอนด์
                                Wr = น้ำหนักตัวปืนหน่วยเป็นปอนด์
                                Wb = น้ำหนักหัวกระสุน+น้ำหนักหมอนรองหัวกระสุนหน่วยเป็นเกรน
                                MV = ความเร็วปากลำกล้องหน่วยเป็นฟุต/วินาที
                                Wp = น้ำหนักดินขับหน่วยเป็นเกรน


 
2. ความยาวของลำกล้อง

 
               ดินขับควันน้อยสมัยใหม่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาและนำมาใช้ในกระสุนปืนลูกซองให้ความเร็วของกระสุนลูกปลายสูงสุดที่ความยาวลำกล้องระหว่าง 20-22 นิ้ว ในความยาวขนาดนี้อาจจะแลดูไม่สมดุลและไม่สวยงามนักผู้ผลิตจึงผลิตลำกล้องให้ยาวออกไปอีก แต่ถ้าหากลำกล้องยาวมากเกินไปจะส่งผลให้ความเร็วของกระสุนลูกปรายลดน้อยลง เนื่องจากแรงต้านจากการเสียดสีระหว่างเม็ดลูกปรายกับลำกล้อง
ในปืนลูกซองที่มีลำกล้องสั้นให้ความเร็วในการวาดจับเป้าหมายได้เร็วกว่าปืนลูกซองที่มีลำกล้องยาวมากๆด้วยเหตุผลดังกล่าวผู้ผลิตปืนปืนลูกซองส่วนใหญ่จึงผลิตปืนอีกโมเดลที่มีลำกล้องยาวเป็นพิเศษอาจจะยาวถึง 36 นิ้ว สำหรับผู้ที่ต้องการปืนลำกล้องยาวๆด้วยความเชื่อมั่นว่าจะยิงได้ดีกว่าปืนลำกล้องสั้นทั้งที่ความเป็นจริงแล้วให้เพียงแค่ค่าความรู้สึกเท่านั้น
ไม่ใช่เรื่องผิดที่จะเลือกปืนที่มีลำกล้องยาวขนาดนั้น ถ้าหากมันจะทำให้มีความรู้สึกเชื่อมั่นมากขึ้นทั้งที่ในด้านของขีปนวิถีของกระสุนแล้ว หาได้มีความเหนือชั้นไปกว่าปืนลูกซองที่มีลำกล้องสั้นแต่อย่างใด ตรงข้ามปืนยิ่งลำกล้องยาวก็จะก่อให้เกิดแรงถีบที่หนักหน่วงมากขึ้นเพราะกระสุนใช้เวลาเดินทางอยู่ในลำกล้องนานกว่าที่จะหลุดพ้นออกจากปากกระบอกปืน

 
3.ความเร็วของเม็ดลูกปราย

 
                ระยะยิงในแบบหวังผลและความเร็วของปืนลูกซองไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของเกจอย่างที่หลายคนเข้าใจกันว่ากระสุนลูกซองที่มีเกจใหญ่กว่าจะให้ความเร็วของกระสุนลูกปรายสูงกว่า เช่นเดียวกับความเชื่อที่ว่ากระสุนลูกซองที่มีขนาดเกจเล็กกว่าจะให้ความเร็วกระสุนลูกปรายมากกว่า ความเข้าใจผิดพลาดด้วยกันทั้งคู่
                ความเร็วเฉลี่ยของกระสุนปืนลูกซองในขนาดเกจที่ต่างกัน เช่น 10,12,16 หรือ 20 เกจที่มีความใกล้เคียงกันกระสุนที่มีเกจใหญ่ไม่ได้ให้ระยะหวังผลที่ไกลกว่าแต่อย่างใด แต่ขึ้นอยู่กับรูปแบบของม่านกระสุนและความหนาแน่นของเม็ดกระสุน เช่นเมื่อยิงที่นกพิราบที่กำลังบินหนนีออกไปในระยะ 40-50 หลา ด้วยกระสุนลูกปรายขนาด .410 โอกาสที่นกจะบินพ้นออกไปจากม่านกระสุนโดยไม่ถูกต้องตัวเลยมีตวามเป็นไปได้สูง เพราะเม็ดกระสุนลูกปรายของกระสุนขนาด .410 มีจำนวนน้อย
                ในเงื่อนไขเดียวกันหากยิงด้วยกระสุนขนาด 20 เกจในเบอร์เดียวกับ .410 นกพิราบก็มีโอกาสที่จะถูกกระสุนมากกว่า เพราะในม่านกระสุนที่ถูกยิงออกไปมีจำนวนเม็ดกระสุนที่มีความหนาแน่นมากกว่า ยิ่งถ้ายิงด้วยขนาด 12 เกจโอกาสที่นกจะรอดพ้นจากม่านลูกปรายแทบไม่มีเลย เพราะกระสุนขนาด 12 เกจบรรจุกระสุนลูกปรายเอาไว้มากกว่าขนาดอื่นๆ ที่มีเบอร์กระสุนเดียวกันเนื่องจากมีจำนวนของเม็ดลูกปรายที่มากกว่าย่อมมีม่านกระสุนที่หนาแน่นกว่า

 
4.โช้ค
 

                ในปืนที่มีขนาดโช้คเหมือนกันจะให้ความหนาแน่นของม่านกระสุนใกล้เคียงกันในระยะเท่าๆ กันอย่างไรก็ตามแต่ความหนาแน่นของกลุ่มกระสุน จำนวนเม็ดกระสุนในม่านกระสุนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของเกจ กระสุนที่เกจที่ใหญ่กว่าจะบรรจุกระสุนลูกปรายได้มากกว่าก็ย่อมให้ความหนาแน่นของเม็ดกระสุนที่มากกว่าเนื่องจากการวัดขนาดของโช้คจะพิจารณาจำนวนเม็ดของกระสุนที่อยู่ในวงกลมของเป้าที่เท่ากันโดยคิดคำนวณออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์

 
5.การตัดลำกล้อง

 
                มีผู้ใช้ปืนลูกซองจำนวนไม่น้อยที่นำเอาปืนลูกซองของตนมาตัดลำกล้องเจตนาเพื่อให้มีความกะทัดรัด คล่องตัวมากขึ้นทั้งในการนำพาและการยิงในสถานที่อันจำกัด ตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกาห้ามประชาชนมีปืนลูกซองที่มีลำกล้องต่ำกว่า 18 นิ้วไว้ในครอบครอง เนื่องจากสามารถนำพาหรือซุกซ่อนไปได้อย่างมิดชิด นอกจากนี้ก็ยังมีอานุภาพน่ากลัวสำหรับการต่อสู้ในระยะตั้งแต่ 15 เมตรลงมา สำหรับลำกล้องต่ำกว่า 18 นิ้วระยะยิงที่ 25 เมตร แทบหวังผลอะไรไม่ได้แล้วแต่น่ากลัวมากในระยะใกล้
                ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้นำเอาปืนลูกซองมาตัดลำกล้องเหลือแค่ 16 นิ้ว และบางรายตัดลงเหลือเพียง 14 นิ้วซึ่งให้ความคล่องตัวสูงมาก แต่ก็มีข้อเสียตามมาคืออานุภาพกระสุนหรือความเร็วของหัวกระสุนจะลดต่ำลงอย่างมาก เพราะกระสุนลูกซองจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธภาพ ได้ความเร็วหัวกระสุนสูงสุดที่ความยาวลำกล้อง 18-22 นิ้ว
                นอกจากการสูญเสียความเร็วของหัวกระสุนหรือเม็ดลูกปรายแล้ว ม่านกระสุนหรือแพ็ทเทิร์นของเม็ดลูกปรายก็ยังกระจายเปะปะอีกด้วย ยิ่งเป็นการยิงด้วยกระสุนที่ไม่ได้ใช้บั๊ฟเฟ่อร์แบบถ้วยหุ้มเม็ดลูกปรายด้วยแล้วช่องไฟของกระสุนแต่ละเม็ดจะกระจัดกระจายจนแทบหวังผลอะไรไม่ได้เมื่อเลยระยะ 15 เมตรไปแล้ว
                ปืนลูกซองแบบที่ไม่มีโช้คให้ถอดเปลี่ยนได้ส่วนใหญ่มีการสร้างโช้คเอาไว้ที่ปลายลำกล้องเมื่อถูกตัดปลายลำกล้องก็เท่ากับโช้คถูกตัดทิ้งไปด้วยทำให้กลายเป็นปืนที่ไม่มีโช้คหรือเป็นลำกล้องแบบชิลินเด้อร์ ม่านลูกปรายก็จะพลอยเสียไปด้วย
 

6.ไม่ควรยิงปืนลูกซองโดยไม่สวมโช้ค

 
                ในปืนลูกซองที่สามารถถอดเปลี่ยนโช้คได้ไม่ควรยิงกระสุนทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระสุนลูกโดดโดยที่ถอดเอาโช้คออก เพราะเม็ดลูกปรายโดยเฉพาะลูกปรายขนาดใหญ่และหัวกระสุนลูกโดดจะครูดกับเกลียวภายในลำกล้องอย่างรุนแรงจนได้รับความเสียหายจนอาจไม่สามารถที่จะใส่โช้คได้
                แม้จะเป็นกระสุนลูกปรายที่ใช้บั๊ฟเฟ่อร์พลาสติกที่ออกแบบให้เป็นถ้วยอุ้มเม็ดลูกปรายไว้ซึ่งลดโอกาสที่ลูกปรายจะเสียดสีกับตัวลำกล้องและเกลียวของโช้ค แต่ตัวถ้วยพลาสติกก็จะครูดเสียดสีกับเกลียวที่ปรายลำกล้องประกอบกับความร้อนที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ของดินขับจะทำให้พลาสติกหลอมเหลวติดฝังอยู่ตามร่องเกลียวยากแก่การทำความสะอาด

 
7.การเรียกขนาดกระสุน

 
                ในบ้านเราการเรียกเบอร์กระสุนของปืนลูกซองค่อนข้างสับสน ไม่เป็นไปตามมาตรฐานของกระสุนที่มีการกำหนดเบอร์ไว้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ในบ้านเราก็ยังรู้จักกระสุนปืนลูกซองกันเพียงไม่กี่เบอร์
                การเรียกชื่อกระสุนลูกซองที่ถูกต้อง ต้องระบุขนาดเกจก่อนแล้วตามด้วยเบอร์ เพราะในแต่ละเกจเช่น 12 เกจ 14 เกจ 16 เกจหหรือ 20 เกจก็จะแบ่งแยกย่อยออกเป็นเบอร์ต่างๆเช่น บีบี, บีบีบี, เบอร์ 2, เบอร์ 4, เบอร์ 5, เบอร์ 6, เบอร์7 ½ เบอร์ 8, เบอร์ 8 ½, เบอร์ 9, และเบอร์ 12 วึ่งเป็นเบอร์ที่เล็กที่สุดเม็ดลูกปรายเส้นผ่าศูนย์กลางเพียงแค่ 0.05 นิ้วหรือ 1.27 มม. เท่านั้น
                ในข่าวทางหนังสือพิมพ์ทีวีเรามักจะได้ยินคำว่ากระสุนลูกซองเบอร์ 12 อยู่เสมอทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วคือกระสุนขนาด 12 เกจแบบเอสจีซึ่งบรรจุลูกปรายไว้ 9 เม็ด ส่วนกระสุนขนาด 12 เกจ เบอร์ 12 นั้นบรรจุลูกปรายไว้ 2,300 เม็ด ในน้ำหนักลูกปรายหนึ่งออนซ์หรือ 2,875 เม็ด หากใช้น้ำหนักลูกปราย 1 ¼ ออนซ์ ซึ่งเล็กจิ๋วจนไม่สามารถสังหารคนได้ยกเว้นการจ่อยิงชนิดกดปากกระบอกติดร่างกาย
 

8.ลูกเก้าคือกระสุนเบอร์อะไร?

 
                กระสุนลูกซองที่ใช้ในการต่อสู้ป้องกันตัวประเภทลูกปรายขนาดใหญ่คนไทยยุคเก่านิยมเรียกตามระบบอังกฤษมากกว่าอเมริกัน เนื่องจากกระสุนปืนลูกซองที่มีเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยในช่วงแรกๆ ส่วนใหญ่เป็นของยี่ห้ออีเล่ย์ของประเทศอังกฤษ เริ่มในขนาดใหญ่สุดคือ แอลจี (LG) มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.3598 นิ้ว ในหนึ่งออนซ์บรรจุลูกปราย 6 เม็ด กระสุนแบบเอ็มจี (MG) มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.3465 นิ้ว ในหนึ่งออนซ์มีเม็ดลูกปราย 7 เม็ด กระสุนเอสจี (SG) มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.3314 นิ้ว ในหนึ่งออนซ์บรรจุเม็ดลูกปลาย 8 เม็ด และ กระสุนสเปเชียลเอสจี (Special SG) มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.2981 นิ้ว ในหนึ่งออนซ์มีเม็ดลูกปลาย 11 จากนั้นก็ยังแบ่งแยกย่อยออกเป็นเอสเอสจี (SSG), เอสเอสเอสจี (SSSG), เอสเอสเอสเอสจี (SSSSG), เอสเอสเอสเอสเอสจี (SSSSSG) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มของเม็ดลูกปลายขนาดใหญ่
                ในขณะที่กระสุนลูกปรายขนาดใหญ่ของอเมริกันเรียกว่า “บั๊ค ช็อต” (Buck Shot) หรือกระสุนสำหรับการล่ากวางซึ่งกลายมาเป็นกระสุนชั้นเยี่ยมในการต่อสู้ระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์เริ่มขนาดใหญ่สุดคือ โอโอโอ บั๊ค (OOO Buck) มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.36 นิ้วเทียบเท่ากับกระสุนแบบเอลจี ถัดมาก็คือ โอโอ บั๊ค (OO Buck) มีเส้นผ่าศุนย์กลาง 0.33 นิ้วเทียบกับกระสุนเอสจี ในหนึ่งออนซ์บรรจุเม็ดลูกปราย 8 เม็ดเท่ากัน ส่วนกระสุน โอ บั๊ค (O Buck) มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.32 นิ้วในหนึ่งออนซ์บรรจุลูกปราย 9 เม็ด (ในน้ำหนักหัวกระสุน 1 ออนซ์มีจำนวนเม็ดลูกปราย 9 เม็ด ไม่ใช่ในหนึ่งนัดมีลูกปราย 9 เม็ด) จากนั้นก็ยังมีการแบ่งเบอร์กระสุนแยกย้อยลงไปอีก เช่น 1 บั๊ค, 2 บั๊ค, 3 บั๊ค และ 4 บั๊ค ซึ่งยังคงจัดอยู่ในกลุ่มของเม็ดลูกปรายขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน
                กระสุนลูกเก้าที่ชาวบ้านนิยมเรียกกัน ความจริงก็คือกระสุนเอสจีหรือโอโอ บั๊ค นั่นเอง คือในหนึ่งนัดบรรจุหัวกระสุนลูกปรายหนัก 1 ¼ ออนซ์ มีเม็ดลูกปรายรวม 9 เม็ด
                ส่วนกระสุนบีบี (BB) เป็นกระสุนที่นิยมใช้ในการแข่งขันลูกซองรณยุทธ์และการยิงเป้าบินทั้งประเภทแทร็ปและสกิ๊ตในมาตรฐานอเมริกันและมาตรฐานอังกฤษไม่เท่ากัน ในมาตรฐานอเมริกาใช้เม็ดลูกปรายเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.18 นิ้วในหนึ่งออนซ์มีเม็ดลูกปราย 50 เม็ด ส่วนมาตรฐานอังกฤษใช้ลูกปรายเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.1608 นิ้ว ในน้ำหนัก 1 ออนซ์ มีเม็ดลูกปราย 70 เม็ด
                ส่วนที่ชาวบ้านเรียกว่า “ลูกร้อย” ก็คือกระสุนเบอร์ 4 หรือ เบอร์ 5 ซึ่งเป็นกระสุนที่นิยมใช้ในการล่าสัตว์ปีก โดยเข้าใจว่าใส่กระสุนไว้ 100 เม็ด แต่ในความเป็นจริงแล้วในน้ำหนักหัวกระสุน 1 ออนซ์ มีเม็ดลูกปรายเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.148-0.129 นิ้วอยู่ 135-170 เม็ด ส่วนเม็ดลูกปรายทั้งหมดใน 1 นัด มีอยู่เท่าไหร่สามารถคำนวณหาได้จากสูตรการคำนวณเม็ดลูกปราย
 

9. ความยาวปลอก?

 
                การวัดความยาวปลอกกระสุนลูกซองมีความแตกต่างไปจากการวัดความยาวของกระสุนปืนไรเฟิ่ลหรือปืนสั้น ในกระสุนลูกซองแต่ละขนาดเกจจะมีความยาวปลอกที่แตกต่างกันออกไปอย่างเช่นกระสุนขนาด 12 เกจ มีความยาวปลอกตั้งแต่ 2 ¾ นิ้ว, 3 นิ้ว และ 3 ½ นิ้ว ความยาวปลอกหมายถึงความยาวปลอกของรังเพลิง แต่ความยาวปลอกในที่นี้หมายถึงความยาวปลอกกระสุนที่ยิงออกไปแล้วหรือไฟร์ด เล้นท์ (Fired Length) ไม่ใช่ความยาวปลอกของกระสุนทั้งนัดที่ยังไม่ได้ยิงหรือโหลดด์ เล็นท์ (Loaded Length)
                ในกระสุนขนาดเกจเดียวกัน กระสุนที่มีความยาวปลอกมากกว่าย่อมเป็นกระสุนที่มีอานุภาพรุนแรงกว่า เพราะสามารถบรรจุดินขับและเม็ดลูกปรายเข้าไว้ได้มากกว่าในปลอกที่ยาวกว่าสิ่งสำคัญที่ต้องจะให้ขึ้นในก็คือ ปืนลูกซองที่มีรังเพลิงยาวสามารถที่จะยิงกระสุนที่มีความยาวปลอกสั้นกว่าได้
 

10. ลำกล้องสั้นถีบกว่าลำกล้องยาว?

 
                ข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งก็คือ ปืนลูกซองลำกล้องสั้นจะมีแรงถีบน้อยกว่าปืนลูกซองที่มีลำกล้องยาวเมื่อยิงด้วยกระสุนชนิดเดียวกัน เนื่องจากกระสุนพ้นออกจากลำกล้องไปอย่างรวดเร็วและการเผาไหม้ของดินขับยังทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่ความรู้สึกของผู้ยิงอาจไม่แตกต่างกันมากกนักเนื่องจากลำกล้องที่สั้นทำให้มีน้ำหนักตัวปืนเบาลง เมื่อตัวปืนเบาลงเรงกระทำที่จะถ่ายเข้าใส่ผู้ยิงก็เพิ่มขึ้น

ภาพเปรียบเทียบขนาดโช้คต่างๆ ของอาวุธปืนยาวลูกซอง




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 14, 2012, 06:17:36 pm โดย รพินทร์ ไพฑูรย์ »

ออฟไลน์ มังตรา

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 43
  • ความนิยม +0/-0
Re: คุยเรื่อง ปืนลูกซอง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 11, 2012, 10:07:59 pm »


ลูกซองเดี่ยวไบคาล ขนาด12 เกจ

ออฟไลน์ รพินทร์ ไพฑูรย์

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 211
  • ความนิยม +3/-0
Re: คุยเรื่อง ปืนลูกซอง
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มกราคม 11, 2012, 10:14:20 pm »


เรมิงตัน870  ห้านัด ปั้มแอคชั่น

ออฟไลน์ รพินทร์ ไพฑูรย์

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 211
  • ความนิยม +3/-0
Re: คุยเรื่อง ปืนลูกซอง
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มกราคม 11, 2012, 10:22:27 pm »


แฝดขนาน นกนอกของ ไบคาล

ออฟไลน์ รพินทร์ ไพฑูรย์

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 211
  • ความนิยม +3/-0
Re: คุยเรื่อง ปืนลูกซอง
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มกราคม 11, 2012, 10:26:52 pm »


อีโบ๊ะ ขนาด12เกจ จากประเทศเชค ใครมือไม่แข็งอย่าเสี่ยงนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 23, 2012, 08:44:46 am โดย รพินทร์ ไพฑูรย์ »

ออฟไลน์ รพินทร์ ไพฑูรย์

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 211
  • ความนิยม +3/-0
Re: คุยเรื่อง ปืนลูกซอง
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มกราคม 11, 2012, 11:00:30 pm »


อีโบ๊ะอุทัย คุณภาพใกล้เคียงอีโบ๊ะของเชค
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 23, 2012, 08:36:34 am โดย รพินทร์ ไพฑูรย์ »

ออฟไลน์ kitty

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1241
  • ความนิยม +0/-0
Re: คุยเรื่อง ปืนลูกซอง
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มกราคม 12, 2012, 10:26:06 am »
โห.....ข้อมูลเยอะมากเลย
แต่อ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง    :P :P :P

ออฟไลน์ รพินทร์ ไพฑูรย์

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 211
  • ความนิยม +3/-0
Re: คุยเรื่อง ปืนลูกซอง
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มกราคม 23, 2012, 11:22:07 pm »
-เมื่อเราหยิบกล่องกระสุนและกระสุนลูกซองขึ้นมา ให้ดูจานท้ายกระสุนก่อนว่าเป็นขนาดอะไร ที่นิยมใช้กันคือขนาด12หรือ12 เกจ (Guage;GA.)ต่อไปมองข้างปลอกหรือกล่องดูความยาวว่าระบุเป็น 2 3/4 นิ้ว หรือ 3 นิ้วหรือ3 1/2 นึ้ว(เขาวัดความยาวกับปลอกที่ยิงแล้ว) บางยี่ห้อที่ผลิตในยุโรปหรือใช้มาตรฐานยุโรปจะบอกความยาวของปลอกเป็นมิลลิเมตรเช่น67 mm.(2  5/8นึ้ว) ,67.5 mm.(2  21/32นึ้ว) ,70 mm. ก็คือ 2  3/4(2.75) นิ้ว ซึ่งเป็นความยาวมาตรฐานของขนาด 12  ส่วน76 mmคือ 3นึ้ว และ89mm.คือ 3 1/2(3.5) นึ้ว
-เกจ (Gauge) คือหน่วยวัดเพื่อจำแนกขนาดกระสุนปืนลูกซอง ว่าเป็นขนาด 10 ,12 ,20 ,28หรือ 67เกจ (.410นึ้ว)โดยมีหลักการคือเอาตะกั่วบริสุทธิ์หนัก 1ปอนด์ มาหลอมแล้วหล่อหรือแบ่งเป็นลูกกลมๆขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากันทุกลูก ถ้าเอามาแบ่งให้ได้12ลูกเท่าๆกันก็เรียกว่าขนาด12หรือ12 เกจ และถ้าวัดเส้นผ่าศูนย์กลางของตะกั่วแต่ละลูกของขนาด12เกจแล้ว จะพบว่ามีขนาด 0.729 นึ้ว ซึ่งจะเป็นเส้นผ่าศูนย์กลางของลำกล้องปืนที่จะยิงลูกซอง(Shotgun Bore Diameter )ขนาด12 (ถ้าแบ่งตะกั่วได้มากเกจ หรือเกจสูงๆแสดงว่าจำนวนลูกที่แบ่งได้มีจำนวนมากกว่าเกจที่ต่ำกว่า(และก็มีเส้นผ่าศูนย์กลางของแต่ละลูกเล็กกว่าตามไปด้วย)  หรืออีกนัยหนึ่งเกจสูงๆจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางลำกล้องเล็กกว่าปืนที่มีเกจต่ำกว่า  ต.ย.เช่นปืนลูกซอง12เกจ จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางของลำกล้องเล็กกว่า 10เกจ  และ12เกจจะกว้างกว่า16เกจ) ถ้าอยากทราบว่าปืนลูกซองแต่ละขนาดมีเส้นผ่าศูนย์กลางลำกล้องเท่าใดก็ดูที่ตารางข้างล่างนี้
Shotgun Bore Diameter
10-Gauge = Bore Diameter of .775 inches
12-Gauge = Bore Diameter of .729 inches
16-Gauge = Bore Diameter of .662 inches
20-Gauge = Bore Diameter of .615 inches
28-Gauge = Bore Diameter of .550 inches
67-Gauge = Bore Diameter of .410 inches(สำหรับเกจนี้นิยมเรียก.410 มากกว่า 67 เกจ)

เครดิต http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=7566.10;wap2
       

ออฟไลน์ lion

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 111
  • ความนิยม +1/-0
Re: คุยเรื่อง ปืนลูกซอง
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มกราคม 29, 2012, 11:25:02 pm »
ไม่รู้ข้อมูลเลย ได้แต่ยิง อิอิ..
ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง ล่าสุดยิง....อยู่ยอดต้นยางใหญ่ได้

ภาพนี้ที่ป่าในประเทศเพื่อนบ้าน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 29, 2012, 11:45:06 pm โดย lion »

ออฟไลน์ กระดังงา

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1405
  • ความนิยม +4/-0
Re: คุยเรื่อง ปืนลูกซอง
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มีนาคม 06, 2012, 10:52:36 am »
  :o :o :o :o :o


โห อยู่ที่นี่ต้องเจียมตัวแล้วว้อย ท่าทางมีแต่คนดุๆ

น้า น้าทั้งหลาย เดี๋ยวคนไม่กล้าเข้ามานะ

ออฟไลน์ aquarious

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3596
  • ความนิยม +5/-0
Re: คุยเรื่อง ปืนลูกซอง
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มีนาคม 11, 2012, 02:55:35 pm »
เดี๋ยวจะส่งไปดวลกับไอ้แฝดนรกนั่น

แต่ห้ามแพ้กลับมาล่ะ.....อาจจะโดนยึดเมียได้

ออฟไลน์ lion

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 111
  • ความนิยม +1/-0
Re: คุยเรื่อง ปืนลูกซอง
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มีนาคม 22, 2012, 03:04:47 am »
555...ต้องชนะอย่างเดียว555..หรือจะแพ้ดี ;D

ออฟไลน์ aquarious

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3596
  • ความนิยม +5/-0
Re: คุยเรื่อง ปืนลูกซอง
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 16, 2012, 09:21:05 am »
วันหยุดทีผ่านมา
คุณ Lion ได้ไปเข้าป่า มาหรือเปล่าครับ ??

มีอะไรสวยๆมาแบ่งกันดูบ้าง

ออฟไลน์ รพินทร์ ไพฑูรย์

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 211
  • ความนิยม +3/-0
Re: ปืนลูกซอง
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2012, 06:19:17 pm »
 {1}/

ออฟไลน์ รพินทร์ ไพฑูรย์

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 211
  • ความนิยม +3/-0
Re: ปืนลูกซอง
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2012, 06:21:29 pm »
บทสรุปของขนาดลูกซองแบบบ้านๆ

ขนาดเกจของปืนลูกซอง ก็คือขนาดรังเพลิงของปืนลูกซอง ซึ่งอังกฤษเป็นผู้คิดค้นขึ้น

โดยการเอาตะกั่วบริสุทธิ์หนัก 1 ปอนด์ มาปั้นเป็นลูกกลมๆให้ขนาด เท่าๆกัน

ปั้นได้10ลูก  ก็เรียกว่า 10 เกจ

ปั้นได้12ลูก ก็เรียกว่า 12 เกจ(เป็นขนาดที่นิยมมากที่สุดเพราะไม่ใหญ่หรือเล็กไป)

หลังจากที่เอาตะกั่วหนัก1ปอนด์มาปั้นแบ่งได้เป็นขนาดต่างๆแล้ว  ก็วัดความโตของลูกตะกั่วที่ปั้นได้ เอาไปคว้านเป็นขนาดของรังเพลิง

ดูกรรมวิธีแล้วเหมือนเดินอ้อมโลก  ไม่ตรงไปตรงมาเหมือนการออกแบบกระสุนชนิดอื่น

เช่นกระสุน9มม. ก็วัดกันตรงๆเลยว่าเอาเส้นผ่าศูนย์กลางของรังเพลิงว่าเท่ากับเก้ามิลลิเมตร

ไม่ได้เกิดจากการเอาตะกั่วหนึ่งปอนด์ มาปั้นเป็นลูกกลมๆแต่อย่างใด \\/5